top of page

ชวนรู้จักประเภทการขนส่งและขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางเรือ

Updated: Jan 11


รู้จักขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางเรือ

การส่งออกสินค้าทางเรือเป็นวิธีการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำและสามารถขนส่งสินค้าได้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางเรือก็มีความซับซ้อนและมีกฎระเบียบต่าง ๆ มากมายที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้ประกอบการจึงควรศึกษาขั้นตอนอย่างรอบคอบก่อนทำการส่งสินค้าไปต่างประเทศ ในบทความนี้ เราได้รวบรวมขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางเรือที่ผู้ประกอบการควรรู้มาไว้ให้แล้ว แต่จะมีเรื่องใดบ้างติดตามกันได้เลย


รู้จักประเภทการขนส่งทางเรือ

ประเภทการขนส่งทางเรือสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้


1. การขนส่งทางเรือแบบเต็มตู้คอนเทนเนอร์ FCL (Full Container Load)

เป็นรูปแบบการขนส่ง ที่สินค้าทั้งหมดจะถูกบรรจุไว้ในตู้คอนเทนเนอร์เพียงตู้เดียว โดยตู้คอนเทนเนอร์จะมีขนาดมาตรฐานตั้งแต่ 20 ฟุต ถึง 40 ฟุต หรือมากกว่านั้น เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการส่งของเป็นจำนวนมาก รวมถึงเป็นสินค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่ต้องรักษาสภาพเป็นพิเศษ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น


ข้อดีและข้อจำกัดของการขนส่งทางเรือแบบ FCL

ข้อดี

  • สินค้าได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและปลอดภัย

  • สามารถขนส่งสินค้าได้หลากหลายประเภท

  • เมื่อเคลียร์สินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจะสามารถขนส่งโดยลากตู้ออกไปได้เลย โดยไม่ต้องรอกำหนดเวลาเปิดตู้


ข้อจำกัด

  • อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง ไม่คุ้มค่า หากสินค้ามีปริมาณน้อยเกินไป


2. การขนส่งทางเรือแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ LCL (Less than Container Load)

เป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าทางเรือที่สินค้าจะถูกบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์ร่วมกับสินค้าของผู้ส่งออกรายอื่น ๆ แตกต่างจากการขนส่งแบบ FCL ที่สินค้าทั้งตู้เป็นของลูกค้ารายเดียว เป็นรูปแบบการส่งที่เหมาะกับสินค้าที่มีปริมาณไม่มาก หรือสินค้าที่ไม่ต้องการการบรรจุหีบห่อเป็นพิเศษ เช่น สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร เป็นต้น


ข้อดีและข้อจำกัดของการขนส่งทางเรือแบบ LCL

ข้อดี

  • มีต้นทุนต่ำ

  • เหมาะสำหรับสินค้าที่มีปริมาณน้อย


ข้อจำกัด

  • สินค้าอาจได้รับการดูแลไม่ทั่วถึงหรือเกิดความเสียหายได้

  • ไม่สามารถขนส่งสินค้าได้หลากหลายประเภท

  • เหมาะสำหรับสินค้าที่ไม่ต้องการขนส่งด้วยระยะเวลาที่แน่นอน


3. การขนส่งสินค้าทางเรือแบบเทกอง (Bulk Cargo)

เป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าทางเรือที่สินค้าจะถูกเทกองลงบนเรือโดยตรง หรือนำไปบรรจุรวมกันไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ หรือมัดรวมเป็นหีบห่อ โดยประเภทสินค้าที่สามารถขนส่งด้วยวิธีนี้ได้ก็คือ สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ถ่านหิน เหล็ก ข้าว น้ำมัน เป็นต้น


ข้อดีและข้อจำกัดของการขนส่งทางเรือแบบ Bulk Cargo

ข้อดี

  • มีต้นทุนต่ำ

  • สามารถขนส่งสินค้าได้เป็นจำนวนมาก

  • เหมาะสำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก


ข้อจำกัด

  • สินค้าอาจได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง

  • มีข้อจำกัดในการขนส่งสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าอันตราย สินค้าเน่าเสีย เป็นต้น



การส่งสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์


ขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางเรือ

1. การเตรียมเอกสารส่งออกทางเรือ

  • เอกสารที่จำเป็นสำหรับการส่งออกสินค้าทางเรือ ได้แก่

  • ใบขนสินค้าขาออก (Export Declaration)

  • ใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก (Import-Export Permit)

  • ใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Bill of Lading)

  • บัญชีราคาสินค้า (Commercial Invoice)

  • บัญชีบรรจุหีบห่อ (Packing List)

  • เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบกำกับภาษี ใบส่งของ เป็นต้น


ผู้ส่งออกสามารถดำเนินการเตรียมเอกสารส่งออกทางเรือด้วยตนเอง หรือว่าจ้างบริษัทตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) เป็นผู้ดำเนินการแทนได้


2. ติดต่อกับผู้ให้บริการในการจองเรือ

การติดต่อประสานงานกับสายเรือ เป็นขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางเรือที่มีความสำคัญขั้นตอนหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่บนเรือนั้นมีจำกัด โดยเฉพาะสินค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่ต้องส่งแบบเร่งด่วน โดยผู้ส่งจะต้องติดต่อกับบริษัทขนส่งสินค้าทางเรือเพื่อจองเรือ พร้อมต้องแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ประเภทสินค้า น้ำหนักสินค้า ปริมาณสินค้า สถานที่ขนถ่ายสินค้า ประเทศปลายทาง ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์ (20 ฟุต, 40 ฟุต) เป็นต้น


3. เอกสารยืนยันการจองเรือจากผู้ให้บริการขนส่งสินค้า

เมื่อติดต่อและได้จัดส่งเอกสารไปยังบริษัทขนส่งเพื่อจองเรือเรียบร้อยแล้ว จากนั้นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือจะออกเอกสารการจอง Booking Confirmation เพื่อเป็นการยืนยันพื้นที่สำหรับวางสินค้าของเราบนเรือ โดย Booking Confirmation จะแสดงข้อมูลดังนี้


  • ชื่อผู้ส่งออก

  • ชื่อผู้รับสินค้า/ผู้ซื้อสินค้า

  • ชื่อเรือ

  • จำนวนและขนาดตู้คอนเทนเนอร์

  • วันที่เรือออกจากท่าต้นทาง/วันที่เรือถึงท่าปลายทาง

  • จุดปล่อยสินค้าขาออกและจุดปล่อยสินค้าขาเข้า

  • วันที่ลากตู้

  • วันรับคืนตู้วันสุดท้าย

  • ชื่อสายเดินเรือ


4. พิธีการศุลกากรขาออก

อีกหนึ่งขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางเรือที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ส่งออก นั่นก็คือการดำเนินพิธีการศุลกากรขาออก เพื่อให้ได้รับเอกสารอนุญาตในการขนส่งสินค้าออกนอกประเทศได้


5. การขนถ่ายสินค้าไปยังท่าเรือ

เมื่อผ่านขั้นตอนพิธีการศุลกากรขาออกแล้ว สินค้าทั้งหมดจะถูกขนส่งไปยังท่าเรือ โดยอาจจะต้องใช้รถหัวลากเพื่อนำสินค้าลงบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ และจะถูกขนถ่ายจากตู้ไปยังท่าเรือต้นทางต่อไป


7. เรือส่งสินค้าออกจากท่าเรือ

เรือที่บรรทุกสินค้าจะออกจากท่าเรือของประเทศไทย เพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศปลายทาง


สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดส่งสินค้าทางเรือไปต่างประเทศ และต้องการลดความยุ่งยากกับขั้นตอนในการจัดส่ง เลือก Ezy Express เรามาพร้อมกับบริการส่งสินค้าไปต่างประเทศแบบครบวงจร มีบริการ Shipping ทางเรือ และบริการเดินพิธีการศุลกากรขาออก การันตีได้ถึงคุณภาพด้านการจัดส่งในระดับมาตรฐาน พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเอกสารที่สามารถให้คำแนะนำเรื่องการส่งของไปต่างประเทศได้อย่างครอบคลุม ช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและคุ้มค่าในการจัดส่ง สามารถเช็กราคาค่าส่งเบื้องต้นได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือหากต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่านสายด่วน Ezy Express ได้ที่เบอร์ 061-398-3300 หรือ LINE Official @ezyexpress







bottom of page