Green Logistics คืออะไร ? พลิกโฉมการขนส่งสู่ความยั่งยืน
- EZY EXPRESS

- 14 minutes ago
- 2 min read
ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน การดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นเพียงผลกำไรอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สร้างมลภาวะและปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล
ด้วยเหตุนี้ แนวคิด Green Logistics หรือ โลจิสติกส์สีเขียว จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญระดับโลก ที่ผู้ประกอบการและบริษัท Shipping ผู้ส่งออกต้องหันมาทำความเข้าใจและปรับตัวอย่างเร่งด่วน มาเจาะลึกกันว่า Green Logistics คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และมีหลักการใดบ้างที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
Green Logistics คืออะไร ? นิยามใหม่ของการขนส่ง
Green Logistics คือกระบวนการบริหารจัดการกิจกรรมด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายหลักในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานหรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ได้แก่
การจัดหาวัตถุดิบ
การผลิต
การบรรจุภัณฑ์
การคลังสินค้า
การขนส่งและกระจายสินค้า
การจัดการขยะและของเสีย
แกนหลักของ Green Logistics ไม่ใช่การหยุดพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างนิเวศวิทยา และเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่เบียดเบียนทรัพยากรของโลกเกินความจำเป็น
แกนหลักของ Green Logistics ไม่ใช่การหยุดพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างนิเวศวิทยา และเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่เบียดเบียนทรัพยากรของโลกเกินความจำเป็น
ความสำคัญของ Green Logistics และเหตุผลที่ธุรกิจต้องปรับตัว
แม้การดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมอาจสร้างผลกำไรได้ในระยะสั้น แต่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ การมองข้ามผลกระทบทางนิเวศวิทยาอาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญในอนาคต ดังนั้นความสำคัญของ Green Logistics จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การรักษ์โลก แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความยั่งยืนและความสามารถในการทำกำไรขององค์กรในระยะยาว ดังนี้
1. การลดต้นทุนในระยะยาว
หลายคนอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการทำ Green Logistics คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ในความเป็นจริง หลักการพื้นฐานของโลจิสติกส์สีเขียวมีความใกล้เคียงกับแนวคิด Lean Logistics หรือการกำจัดความสูญเปล่า การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่าง เช่น การนำระบบบริหารจัดการเส้นทางเดินรถมาใช้ ไม่เพียงช่วยลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ แต่ยังช่วยลดค่าซ่อมบำรุงยานพาหนะและลดเวลาในการขนส่ง หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีขนาดพอดีกับสินค้าซึ่งช่วยลดต้นทุนวัสดุและเพิ่มพื้นที่ในตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้สามารถขนส่งสินค้าได้ปริมาณมากขึ้นต่อเที่ยว
2. การเตรียมพร้อมรับมือมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ
ประเด็นนี้ถือเป็นความท้าทายที่บริษัท Shipping ส่งออก และผู้ประกอบการต้องตระหนักให้มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน
ผลกระทบคือหากสินค้าหรือกระบวนการขนส่งมีค่าการปล่อยคาร์บอนสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน อาจส่งผลให้ต้องแบกรับภาระภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจถูกกีดกันไม่ให้สินค้านั้นเข้าสู่ตลาดปลายทางได้ การปรับตัวเข้าสู่ Green Logistics จึงเปรียบเสมือนใบเบิกทางที่สำคัญในการค้าระดับโลก
3. การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้พิจารณาเลือกซื้อสินค้าจากราคาหรือคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้คุณค่ากับความยั่งยืน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มสนับสนุนแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การระบุว่าธุรกิจมีกระบวนการขนส่งแบบ Green Logistics จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และความภักดี ให้กับลูกค้า ทั้งยังเป็นจุดขายที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ยิ่งไปกว่านั้น ในฝั่งคู่ค้าแบบ B2B องค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งก็เริ่มมีนโยบายคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีแนวทางปฏิบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน
เจาะลึกหลักการของ Green Logistics รวมถึงความสำคัญและแนวทางปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน
เพื่อให้การประยุกต์ใช้หลักการของ Green Logistics เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของโลจิสติกส์สีเขียว 4 ด้านสำคัญ ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เนื่องจากภาคการขนส่งถือเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในสัดส่วนที่สูง หลักการข้อนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการพลังงานในการเคลื่อนย้ายสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง : การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนไปสู่ระบบรางหรือทางน้ำ ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานต่ำกว่าและปล่อยมลพิษน้อยกว่าเมื่อเทียบต่อหน่วยน้ำหนักสินค้า
การเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางเดินรถ : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI หรือ GPS เพื่อคำนวณเส้นทางที่สั้นและการจราจรที่คล่องตัวที่สุด ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อลดเที่ยวเปล่า โดยการจัดหาสินค้าสำหรับเที่ยวขากลับ
การใช้พลังงานสะอาด : การเปลี่ยนผ่านสู่ยานพาหนะพลังงานสะอาด เช่น รถยนต์ไฟฟ้าหรือการเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดมลพิษทางอากาศ
2. การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
บรรจุภัณฑ์มักเป็นวัสดุสิ้นเปลืองส่วนแรกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลักการของ Green Logistics จึงให้ความสำคัญกับการนำหลัก 3R มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและเลือกวัสดุ
การใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ : การเลือกใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ทดแทนพลาสติกแบบเดิม เช่น พลาสติกชีวภาพ กระดาษรีไซเคิล หรือวัสดุกันกระแทกที่ทำจากแป้งข้าวโพดหรือเส้นใยเห็ด
การออกแบบขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม : การออกแบบขนาดบรรจุภัณฑ์ให้พอดีกับตัวสินค้าเพื่อลดการใช้วัสดุส่วนเกิน และช่วยลดพื้นที่ว่าง ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลให้สามารถบรรทุกสินค้าได้ปริมาณมากขึ้นต่อรอบการขนส่ง
3. การบริหารจัดการคลังสินค้าสีเขียว
กระบวนการภายในคลังสินค้าเป็นจุดที่ใช้พลังงานค่อนข้างสูง ทั้งระบบแสงสว่างและการควบคุมอุณหภูมิ การปรับปรุงประสิทธิภาพในส่วนนี้จึงช่วยลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มาก
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ : การออกแบบโครงสร้างอาคารให้โปร่งโล่งเพื่อรับแสงธรรมชาติ การติดตั้งหลอดไฟ LED ประหยัดพลังงาน รวมถึงการใช้ระบบเซนเซอร์อัตโนมัติเพื่อควบคุมการเปิด-ปิดไฟในโซนที่ไม่มีการใช้งาน
การใช้พลังงานหมุนเวียน : การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาคลังสินค้าเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้หมุนเวียนภายใน
การจัดวางผังสินค้าอย่างเป็นระบบ : การวางผังจัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อลดระยะทางการเคลื่อนที่ของรถ Forklift ช่วยประหยัดเวลาและพลังงานในการปฏิบัติงาน
4. โลจิสติกส์ย้อนกลับ
คือกระบวนการจัดการกับสินค้าที่ถูกตีคืน สินค้าชำรุด หรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานแล้ว เพื่อนำกลับมาสร้างมูลค่าใหม่แทนการกำจัดทิ้ง
การรีไซเคิลและการปรับปรุงสภาพ : การคัดแยกสินค้าที่เสียหายเพื่อนำมาซ่อมแซม ปรับปรุงสภาพ หรือแยกชิ้นส่วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางดินและน้ำ
ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน : การออกแบบระบบหมุนเวียนเพื่อให้บรรจุภัณฑ์สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เช่น การเลือกใช้พาเลตต์หมุนเวียน หรือลังพลาสติกที่มีความทนทานสูง ทดแทนการใช้กล่องกระดาษแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
บทบาทของบริษัท Shipping ส่งออกในยุค Green Logistics
สำหรับผู้ประกอบนำเข้าส่งออก การจะทำ Green Logistics ให้สำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียวนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะกระบวนการส่วนใหญ่อยู่ภายนอกองค์กร ดังนั้น การเลือกพันธมิตรทางธุรกิจอย่างบริษัท Shipping ส่งออกจึงเป็นกุญแจสำคัญ ในอดีตเราอาจเลือกบริษัท Shipping จากราคาที่ถูกที่สุด แต่ในปัจจุบันและอนาคต เราต้องเลือกจากความเชี่ยวชาญและความใส่ใจที่มีต่อลูกค้าและสิ่งแวดล้อม
ความเข้าใจในกฎระเบียบ : บริษัท Shipping ที่ดีต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ เพื่อให้คำแนะนำเรื่องเอกสารและการเตรียมสินค้าป้องกันการถูกตีกลับ
เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ : ต้องมี Partner ในต่างประเทศที่เชื่อถือได้ เพื่อจัดการเส้นทางการขนส่งให้สั้นและกระชับที่สุด
เทคโนโลยี : ต้องมีระบบติดตามสถานะ และระบบการจองที่แม่นยำ เพื่อลดความผิดพลาดที่ก่อให้เกิดความสิ้นเปลือง
Green Logistics คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด เป็นทางรอดและทางรุ่งของธุรกิจในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ผลิตรายเล็กหรือรายใหญ่ การเริ่มปรับตัวเข้าสู่โลจิสติกส์สีเขียวจะช่วยสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจของคุณ ลดความเสี่ยงจากกฎกติกาโลกที่เปลี่ยนไป และชนะใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
หากคุณกำลังมองหาลู่ทางในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ และต้องการบริษัท Shipping ส่งออกที่เข้าใจทั้งเรื่องธุรกิจและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ EzyExpress พร้อมเป็นคำตอบให้กับคุณ ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี ในวงการโลจิสติกส์ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการส่งออกผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษทั้งเรื่องเวลาและการรักษาคุณภาพ เราเข้าใจดีถึงความสำคัญของทุกขั้นตอนในการขนส่งตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสารไปจนถึงการขนส่งที่ราบรื่น ปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้แล้ววันนี้ผ่าน เบอร์ 061-398-3300 หรือ LINE Official @ezyexpress
EZY EXPRESS Team
พวกเราคือทีมจาก EZY EXPRESS ที่มีประสบการณ์ด้านการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศมากกว่า 30 ปี เราเชี่ยวชาญในการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก ครอบคลุมทุกการขนส่งแบบครบวงจรด้วยมาตรฐานระดับสากล ซึ่งเราตั้งใจอยากจะแชร์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้การส่งสินค้าไปต่างประเทศของทุกคนเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกขึ้น
แหล่งอ้างอิง
Green Logistics และ พ.ร.บ. ลดโลกร้อน. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 จาก https://itbslogistics.com/green-logistics-และ-พ-ร-บ-ลดโลกร้อน
ทำความรู้จัก Green Logistics คำตอบสำหรับธุรกิจยุคใหม่ 2025. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 จาก https://www.skyfrog.net/home/get-to-know-green-logistics-2025/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความสำคัญของ Green Logistics และการส่งออก (FAQs)
Q: โลจิสติกส์สีเขียวต่างจากโลจิสติกส์ทั่วไปอย่างไร ?
A: ในขณะที่การบริหารจัดการโลจิสติกส์ทั่วไปมุ่งเน้นที่ความรวดเร็วและต้นทุนต่ำที่สุดเป็นหลัก แต่โลจิสติกส์สีเขียวคือแนวคิดที่เพิ่มมิติของความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเข้าไปในกระบวนการตัดสินใจ โดย Green Logistics ให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจก การลดของเสีย และการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ควบคู่ไปกับการรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อโลก
Q: การทำ Green Logistics ต้องใช้เงินลงทุนสูงหรือไม่ ?
A: หลักการของ Green Logistics พื้นฐาน มีความสอดคล้องกับแนวคิดการกำจัดความสูญเปล่า การลงทุนในช่วงแรกอาจเกิดขึ้นได้บ้างเมื่อมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ แต่ในระยะยาวจะส่งผลให้ต้นทุนลดลง เช่น การลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากการจัดการเส้นทางที่ดี หรือการลดต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองจากบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม
Q: เอกสารรับรองด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญต่อการส่งออกไหม ?
A: มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับการส่งออกไปยังคู่ค้าในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหภาพยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา ที่มีมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม การขาดเอกสารรับรองที่ถูกต้องอาจทำให้สินค้าถูกกักกัน ตีกลับ หรือต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงขึ้น
Q: Green Logistics มีผลต่อบริษัท Shipping ส่งออกอย่างไร ?
A: แนวคิดนี้ทำให้บทบาทของผู้ให้บริการขนส่งเปลี่ยนไป โดยบริษัท Shipping ส่งออกและนำเข้า ต้องปรับตัวเพื่อเป็นมากกว่าผู้ขนส่ง แต่ต้องเป็นที่ปรึกษาที่สามารถช่วยวางแผนลด Carbon Footprint ให้กับลูกค้าได้ ต้องมีความรู้เรื่องกฎระเบียบสากล และมีเครือข่ายพันธมิตรที่รองรับการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน




Comments