เปรียบเทียบการส่งของไปยังปลายทางต่างประเทศ

Updated: Nov 20, 2019




การที่เราคิดจะเริ่มส่งของไปต่างประเทศ ก็ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีครับ ต้องคิดให้รอบคอบว่าต้องมีข้อมูลอะไรบ้างในการส่งของครั้งหนึ่ง ทั้งหมดนี้ยังรวมถึงการส่งแบบไหนที่ใช่สำหรับสินค้าของเรา วันนี้เรามีสาระมาฝากกันคร้าบบบ


1. Air courier(door-to-door) เป็นการส่งสินค้าทางเครื่องบินที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะเหมาะกับคนทั่วไปที่จะจะส่งของไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญ ของใช้แล้ว หรือสินค้าตัวอย่างก็สามารถส่งได้ แต่ก็ไม่ได้เหมาะสำหรับการส่งเป็นสินค้าขนาดใหญ่มากๆ หรือน้ำหนักเป็นตันๆ

อย่างไรก็ตามก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะเป็นบริการที่คนทั่วไปเข้าถึงได้มากที่สุด บริการตั้งแต่เข้ารับสินค้าถึงมือคุณ และไปส่งถึงหน้าบ้านเลย อีกทั้งยังรวดเร็วอีกด้วย


2. Sea freight (port-to-port) การส่งทางเรือนั้นเป็นการส่งของไปต่างประเทศที่ถูกที่สุด เพราะสามารถส่งได้เยอะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ จะเหมาะสมกับคนที่ทำธุรกิจ ซื้อขายในจำนวนมากๆ น้ำหนักมากๆ แต่มีความเร็วที่ช้ามาก ช้าที่สุดเพราะต้องข้ามน้ำข้ามทะเล และเป็นการขนส่งแบบไม่ครบวงจร ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าเดินพิธีการศุลกากรเพื่อนำของออกจากท่าเรือ

แต่รวมๆแล้วถ้าของจำนวนมากจริงๆ การส่งสินค้าทางเรือก็จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้มากทีเดียว

3. Truck(door-to-door) การใช้รถขนส่งนั้นเหมาะสำหรับที่จะส่งไปประเทศเพื่อนบ้านของเรา หรือภายในประเทศ โดยหากใช้รถขนส่งไปต่างประเทศก็ยังต้องมีการเคลียพิธีการกับศุลกากรอยู่นะครับ แต่แล้วแต่ว่าผู้ให้บริการจะคิดราคาค่าพิธีการเหมารวมหรือคิดแยก

การใช้รถส่งของอาจจะตอบโจทย์หลายคน เพราะราคาไม่แพงมาก ความเร็วในการส่งปานกลาง รับถึงบ้านแล้วส่งถึงหน้าบ้านอีกด้วย

3. Rail (port-to-port) การส่งทางรถไฟจะถูกกำหนดตามโครงสร้างของรางรถไฟที่สร้างไว้ โดยการขนส่งด้วยรถไฟจะมีข้อจำกัดจากโครงสร้างซึ่งทำให้การส่งของทางรถไฟไม่ยืดหยุ่นสักเท่าไหร่ เนื่องจากสถานีรถไฟมีจำกัด บางครั้งจึงต้องให้การขนส่งแบบอื่นมารับไม้ต่อ เช่นรถบรรทุกหรือรถหัวลาก เพื่อทำให้ถึงที่หมายที่ต้องการ

แต่ข้อดีนั้นก็มีครับคือสามารถส่งของได้ในจำนวนทีละมากๆ หรือน้ำหนักมากๆ ซึ่งมากกว่ารถขนส่งเนื่องจากมาความแข็งแรงมากกว่า ความเร็วอยู่ในระดับปานกลาง และปลอดภัย


5. Air freight(port-to-port) เป็นการส่งสินค้าทางเครื่องบิน แต่เป็นบริการที่ไม่ครบวงจร คือสินค้าจะถูกขนส่งจากสนามบินหนึ่งไปยังอีกสนามบินหนึ่งเท่านั้น โดยการส่งสินค้าแบบนี้ต้องไปเดินเรื่องพิธีการศุลกากรเพื่อนำเข้าหรือส่งออกเอง และต้องใช้บริการขนส่งอื่นรับไม้ต่อ เพื่อนำสินค้าไปส่งที่ปลายทาง

ผู้ส่งเองสามารถเลือกว่าจะส่งเที่ยวบินไหน มีระยะเวลาการส่งที่รวดเร็ดที่สุด แต่ราคาก็สูงเช่นกัน เหมาะสำหรับการส่งสินค้ามีน้ำหนักมาก,สินค้าต้องใช้ด่วนหรือมีอายุไม่มาก และต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่นกล้วยไม้ ของสด ผลไม้ที่เสียเร็ว เป็นต้น


เมื่อรู้แบบนี้แล้วการจะเลือกว่าจะส่งสินค้าไปทางไหน ก็ไม่ยากอีกต่อไปค้าบบบ

Contact us

2024/137 สุขุมวิท ซอย 50

ถนนทางรถไฟสายปากน้ำ แขวงพระโขนง

เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10260

เวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 17.30 น.

sitemap menu

Facebook